บันทึกนักลงทุนอิสระ – Freedom Investor

สวัสดีครับ อีกหนึ่งสิ่งที่เคยฝันจะทำและได้ทำแล้ววันนี้คือการลงทุน และการ trade พอร์ตตัวเองครับ

จากเดิมทำงาน Fund Manager สิ่งที่ทำทุกวันคือการทำพอร์ตให้กับมวลขน แต่มาวันนี้ถึงเวลาทำพอร์ตให้กับตัวเองบ้างแล้วครับ

เมื่อก่อนผมเอาเงินแทบจะ all-in ไปกับกองทุนหุ้นที่ตัวเองบริหาร คือ CIMB-Principal Dividend Income ลงทุนมา 3 ปีได้มาประมาณ 50% คิดเป็นผลตอบแทนต่อปีก็ประมาณ 15% ครับ ถือว่าไม่น้อยทีเดียว แต่ขณะเดียวกันเหล่า “เทพ” นักลงทุนหลายคนที่ผมรู้จัก ทำผลตอบแทนได้มากกว่านี้มาก ส่วนหนึ่งมาจากการจัดพอร์ตแบบค่อนข้างเสี่ยงสูง รวมถึงการมีข้อจำกัดที่น้อยกว่ากองทุนรวม

ออกจากงานมาต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนจัดตั้งบริษัท อีกส่วนหนึ่งสำรองไว้ใช้ยามจำเป็น ยังมีบุญที่แฟนยังทำงาน รวมถึงบริษัทที่ออกมาตั้งก็มีจ่ายเงินเดือนบ้าง (แต่น้อยลงไปร่วม 3 เท่า) ทำให้กะคร่าว ๆ แล้วรายได้น่าจะใกล้เคียงกับค่าใช้จ่าย

ส่วนที่เหลืออยู่ก้อนหนึ่งเอามา “จัดเต็ม” ครับ กะจะลุยทั้ง bottom up เลือกหุ้นรายตัว, trading ระยะสั้น, อนุพันธ์ TFEX, ลงทุนหุ้นต่างประเทศ, กองทุน FIF กะจะ take view แล้วลงทุนแบบค่อนข้าง concentrate ขึ้นอยู่กับ conviction หรือความมั่นใจที่มีในแต่ละ position

แม้วันนี้มันจะยังไม่ใหญ่ แต่คอยดูนะวันนึงเราต้องติดชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ซักตัวนึงให้ได้ ตั้งเป้าภายใน 3 ปี !!! โลกอินเตอร์เนทจงเป็นพยาน เค้าว่าคนเราถ้าจะฝันต้องฝันให้ใหญ่ใช่มั้ยครับ เหมือนโฆษณาที่ว่าให้เล็งตีกอล์ฟไปถึงดวงจันทร์ ถึงพลาดมันก็น่าจะไปถึงดวงดาว

ผมตั้งใจจะแบ่งพอร์ตลงทุนเป็น 3 ส่วน ดังนี้

1. Freedom Investor: ลงทุนหุ้นรายตัว – เน้น bottom up ตามแนวทางที่เชื่อ พยายามหาหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงกว่าตลาดมาก ๆ ไม่ว่าจะมาจาก organic growth หรือ inorganic growth อย่างการ takeover หรือการขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ ทำ Company Visit ไปประชุมผู้ถือหุ้น ค้นหาทีมผู้บริหารที่ใช่ ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ชอบ ราคาที่ไม่แพงเกินไป และตลาดยังไม่รับรู้ ตั้งใจจะแบ่งเงินประมาณ 60% ของพอร์ตมาลงในส่วนนี้ โดยตั้งใจจะลงทุนแบบเน้น ๆ ไม่เกิน 3 ตัว (ปัจจุบันจัดเต็มตัวเดียวเลยครับ ไม่ใช่หุ้นด้วย แต่เป็น warrant !)

2. Freedom Trader: เทรดอนุพันธ์ กับ ETF หุ้นต่างประเทศ ผมชอบ take view ตลาดครับ มีมุมมองมันแทบทุกตลาด แต่ก็มีถูกมีผิดเสมอล่ะครับ อย่างตอนนี้ผมก็ชัดเจนว่าตลาดหุ้นโลกยังชอบ ญี่ปุ่นกับยุโรป อเมริกาไม่ค่อยชอบ ส่วนตลาดหุ้นไทยมองลงไปที่ประมาณ 1400 ต้น ๆ เลยคิดว่าไหน ๆ ก็ต้องกำหนดมุมมอง top down อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ก็แบ่งพอร์ตมา take position มันซะเลย ผมเริ่มต้นด้วย derivatives warrant ครับ จัด SET50 put เข้าไปเต็มข้อเหมือนกัน (แต่หุ้นมันไม่ยักกะลงอย่างที่คิดแฮะถึงตอนนี้) ตั้งใจจะแบ่งเงินประมาณ 20% มา trade เอามันส์ตรงนี้ กำลังทยอยเปิดบัญชี TFEX และก็หุ้นต่างประเทศโดยมุ่งเป้าไปที่สิงค์โปร์ กับฮ่องกง

3. Freedom Fund Selector: ลงกองทุนแบบจัดเต็ม อีก 20% สุดท้ายกะจะเอามาลงกองทุนแบบจัดเต็มครับ เมื่อต้นปีจัด H Share ไปรอบ ตอนนี้ exit ออกมาแล้ว สัปดาห์ก่อนดอลลาร์อ่อนจัด ๆ เอาทั้งต้นทั้งดอกที่ได้มาจัด all-in ในทองปรากฎว่าไม่ค่อยเวิร์คตอนนี้ถอยออกมาถือ money market รอไว้ก่อนครับ เรียกว่าเป็นการลงทุนในกองทุนแบบ high conviction absolute return

ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้ในหัวข้อ “Freedom Investor” บันทึกประสบการณ์การลงทุน การเทรด การเลือกกองทุนของผมนะครับ ทุกท่านที่ได้อ่านกรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมนะครับ ไม่แนะนำให้ตามเพราะผมไม่ได้บอกจังหวะเข้าออกที่ชัดเจน เอาว่าดูเป็นแนวทางการ “ตกปลา” ของผมเพื่อเอาไว้ประยุกต์ใช้ดีกว่าครับ

Financial Freedom Just Ahead !

เจษฎา สุขทิศ, CFAwatch I Love You Both 2017 movie online now

ปล คำเตือน ! การทำพอร์ตของผมรอบนี้เรียกว่าเป็นพอร์ตเสี่ยงสูงระดับ 10/10 นะครับ ผม take view ตลาดและหุ้นรายตัว รวมถึงใช้อนุพันธ์ต่าง ๆ ในการเพิ่ม gearing ให้ risk/return reward สูงขึ้นไปอีก ไม่แนะนำให้ใช้เป็นแนวทางสำหรับท่านที่รับความเสี่ยงได้น้อยกว่าระดับ max

Comments

comments