SOTP เทคนิคหาหุ้นถูกและดีในภาวะวิกฤต Case Study: QH

หุ้นตก ๆ อย่างนี้อย่าไปเสียเวลากับการจ้องหน้าจอเลยครับ เอาเวลาไปศึกษาหาหุ้นดี ๆ ที่ตกลงมามาก ๆ ดีกว่า

วิธีหนึ่งที่ผมชอบใช้คือ SOTP ย่อมาจาก Sum-of-the-part คือดูมูลค่าของบริษัทลูกที่ถืออยู่ถ้ามากกว่า market cap ของตัวแม่ แสดงว่าหุ้นแม่เข้าสู่ภาวะ “ถูกมาก” เหมาะเข้าเก็บลงทุนระยะยาว

Case Study QH

QH ถือหุ้น HMPRO 19.87% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาท (เอา Market Cap Hmpro วันนี้ 85,482 x 19.87%)

QH ถือหุ้น LHBANK 21.34% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,600 ล้านบาท

QH ถือหุ้น QHPF 25.66% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,963 ล้านบาท

QH ถือหุ้น QHHR 31.33% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 857 ล้านบาท

รวมทั้ง 4 บริษัทหุ้นที่ QH ถืออยู่มีมูลค่า 24,420 ล้านบาท

ขณะที่หุ้น QH ราคาปิดวันนี้มีมูลค่า 22,714 ล้านบาท ต่ำกว่ามูลค่าของบริษัทลูกที่ตัวเองถือไปแล้ว นี่ยังไม่นับรวมธุรกิจอสังหาของตัวเองอีก

 

มันถูกยังไง ? ลองนึกภาพถ้าเรามีเงิน 22,714 ล้านบาทเอาไปซื้อหุ้น QH ในกระดานทั้งหมด 100% จากนั้นขายหุ้น HMPRO, LHBANK, QHPF, QHHR ที่ถืออยู่ออกได้เงินมา 24,420 แค่นี้ก็กำไรแล้วครับ ไหนจะยังมีธุรกิจอสังหาฯ ให้ขายอีก

 

อย่างไรก็ตาม SOTP แบบนี้ก็มีจุดอ่อนเช่นกัน คือถ้าหุ้น HMPRO ลงมาก ๆ มูลค่า QH ก็จะลดลงตาม หรือถ้าธุรกิจหลักของ QH ของอสังหาฯ ขาดทุนก็จะมีผลต่อ Valuation ได้เช่นกัน phentermine อย่างไรก็ตามวิธีการนี้จากประสบการณ์ของผมใช้ได้ดีมากในการค้นหา “หุ้นถูก” เพื่อถือลงทุนระยะยาว และโอกาสที่มูลต่าหุ้นแม่จะถูกกว่า Sum-of-the-part ของหุ้นลูกนั้นนาน ๆ ถึงจะมีโอกาสได้เห็นซักครั้งครับ

 

นอกจากกรณี QH แล้วก็ยังมี CPF ที่ถือหุ้น CPALL รวมไปถึง JAS ที่ถือ JASIF, BTS ถือ BTSGIF ให้ลองทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีนี้ ลองไปคำนวณดูกันนะครับ

 

จงกล้า เมื่อคนอื่นกลัว แต่จะกล้าทั้งที่ก็ควรกล้าอย่างมีหลักคิดวิเคราะห์ที่ดี เพื่อโอกาสความสำเร็จที่มีมากขึ้นครับ

เจษฎา สุขทิศ, CFA

INFINITI Global Investors

ติดตาม FundTalk ทางไลน์ได้โดยเปิดลิงค์นี้ทางมือถือ

Comments

comments